ซื้อขายแลกเปลี่ยน สินค้าใหม่หรือมือสอง ประกาศขายบ้าน ขายรถ.ลงประกาศฟรีออนไลน์ โพสฟรี

หมวดหมู่ทั่วไป => โปรโมทสินค้าฟรี ซื้อ ขาย เช่า บริการ ลด แลก แจก แถม แห่งใหม่ ลงประกาศได้ไม่จำกัด มากมายให้เลือกซื้อขาย => ข้อความที่เริ่มโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2026, 18:57:08 น.

หัวข้อ: การให้อาหารสายยางกับผู้ป่วยควรระวังผลเสียต่อผู้ป่วยอย่างไร
เริ่มหัวข้อโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2026, 18:57:08 น.
การให้อาหารสายยางกับผู้ป่วยควรระวังผลเสียต่อผู้ป่วยอย่างไร (https://dseelin.co.th/)

การให้อาหารทางสายยาง (Tube Feeding) มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหาร แต่หากดูแลไม่ถูกวิธี อาจเกิด "ผลเสีย" หรือภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ผู้ดูแลจึงต้องระมัดระวัง 4 ด้านหลักดังนี้ครับ:

1. ภาวะสำลักลงปอด (อันตรายที่สุด)

นี่คือผลเสียที่รุนแรงที่สุดที่อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ เกิดจากอาหารไหลย้อนจากกระเพาะอาหารขึ้นมาแล้วหลุดเข้าสู่หลอดลม

ผลเสีย: ปอดอักเสบติดเชื้อ (Aspiration Pneumonia), ระบบหายใจล้มเหลว

ข้อระวัง: * ต้องจัดท่านั่งหรือ ยกหัวเตียงสูง 30-45 องศา เสมอขณะให้อาหาร

ห้ามให้ผู้ป่วยนอนราบทันทีหลังให้อาหาร ต้องค้างไว้ 1 ชม. เพื่อรอให้อาหารเคลื่อนลงสู่ลำไส้เล็ก


2. ภาวะติดเชื้อและท้องเสีย (Diarrhea)

ระบบทางเดินอาหารของผู้ป่วยที่ใส่สายยางมักจะอ่อนแอกว่าปกติ

ผลเสีย: ร่างกายขาดน้ำ เกลือแร่ผิดปกติ และน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว

ข้อระวัง:

ความสะอาด: อุปกรณ์ปั่นอาหาร ไซริงค์ และถุงให้อาหารต้องล้างและลวกน้ำร้อนเสมอ

ความสด: อาหารปั่นเองห้ามทิ้งไว้เกิน 2 ชม. ในอุณหภูมิห้อง และห้ามเก็บในตู้เย็นเกิน 24 ชม.

ความเร็ว: อย่าดันอาหารเร็วเกินไป ควรให้ไหลช้าๆ สม่ำเสมอ เพื่อให้ลำไส้ดูดซึมทัน


3. อาหารค้างในกระเพาะและท้องอืด (Gastric Retention)

หากกระเพาะอาหารทำงานช้า แต่อาหารใหม่ยังเติมเข้าไปเรื่อยๆ จะเกิดปัญหาใหญ่

ผลเสีย: ท้องอืด แน่นท้อง หายใจลำบาก และเพิ่มความเสี่ยงในการอาเจียนแล้วสำลัก

ข้อระวัง:

ต้องดูดเช็กอาหารค้าง (Residual Check): ก่อนให้อาหารมื้อใหม่ ให้ใช้ไซริงค์ดูดเช็กดูว่ามีอาหารเก่าเหลืออยู่ไหม

เกณฑ์ตัดสิน: หากมีอาหารเหลือค้างเกิน 100-150 ml ให้เลื่อนมื้ออาหารออกไปก่อน 1 ชม. แล้วค่อยเช็กใหม่


4. ปัญหาที่ตัวสายยางและผิวหนัง

ผลเสีย: สายอุดตันทำให้ผู้ป่วยขาดยาและอาหาร หรือเกิดแผลกดทับรอบรูเปิด

ข้อระวัง:

ล้างสาย (Flush): ต้องล้างสายด้วยน้ำเปล่า 30-50 ml ทั้งก่อนและหลัง ให้อาหารหรือยาทุกครั้ง

การดูแลผิว: หากใส่สายทางหน้าท้อง ต้องเช็ดทำความสะอาดและซับให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันเชื้อราและผิวเปื่อย


⚠️ สรุปสัญญาณเตือนที่ต้องรีบไปพบแพทย์

ผู้ป่วยมีอาการ ไอ หน้าเขียว หรือหายใจหอบ ขณะให้อาหาร

ดูดเช็กอาหารค้างแล้วมี เลือดสดๆ หรือสีคล้ำเหมือนกาแฟออกมา

สายหลุด (ห้ามพยายามดันสายกลับเข้าไปเองเด็ดขาด)

มีหนองหรืออาการบวมแดงร้อนรอบรูเปิดสายยาง