ผู้เขียน หัวข้อ: การลดความเสี่ยง จากการให้อาหารสายยาง  (อ่าน 507 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 797
  • รับจ้างโพส ผ่านเวปประกาศ-เวปบอร์ด รับจ้างโพสเว็บ เลื่อนประกาศ ราคาไม่แพง
    • ดูรายละเอียด
การลดความเสี่ยง จากการให้อาหารสายยาง
« เมื่อ: วันที่ 23 มกราคม 2026, 17:51:50 น. »
การลดความเสี่ยง จากการให้อาหารสายยาง

การให้อาหารทางสายยางมีความเสี่ยงหลัก ๆ อยู่ 3 ด้าน คือ การสำลักลงปอด, การติดเชื้อ และสายยางอุดตัน ซึ่งหากเราจัดการความเสี่ยงเหล่านี้ได้ ผู้ป่วยจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีและลดโอกาสการกลับไปโรงพยาบาลได้มากครับ

นี่คือแนวทางปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงในแต่ละด้านอย่างเป็นระบบครับ:

1. ลดความเสี่ยง "การสำลักลงปอด" (Aspiration Pneumonia)

นี่คือความเสี่ยงที่อันตรายที่สุด เพราะอาจทำให้ปอดอักเสบรุนแรงได้

จัดท่าทางให้เป๊ะ: ต้องให้ผู้ป่วย "นั่งหรือนอนหัวสูงอย่างน้อย 30-45 องศา" เสมอขณะให้อาหาร

ค้างท่าเดิมไว้: หลังให้อาหารเสร็จ ห้ามนอนราบทันที ให้คงท่าหัวสูงไว้ต่ออีกอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้อาหารเคลื่อนตัวลงจากกระเพาะ

เช็กอาหารค้าง: ดูดเช็กดูว่ามื้อเก่าหมดหรือยัง ถ้าเหลือเกิน 100-150 ซีซี ให้เลื่อนมื้อใหม่ไปก่อนเพื่อป้องกันอาหารล้นขย้อน


2. ลดความเสี่ยง "การติดเชื้อ" (Infection Control)

ความสะอาดของผู้ดูแล: ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนหยิบจับอุปกรณ์หรือเตรียมอาหาร

อาหารบูด: หากเป็นอาหารปั่นเอง ไม่ควรแขวนทิ้งไว้เกิน 2 ชั่วโมง (ถ้าเป็นอาหารสูตรสำเร็จไม่ควรเกิน 4-8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ)

ความสะอาดของสาย: ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดจุกปิดสาย (Connection Port) ทั้งก่อนและหลังเปิดใช้ทุกครั้ง


3. ลดความเสี่ยง "สายอุดตันและแผลกดทับ" (Mechanical Issues)

ล้างสาย (Flush) ให้ถึง: ใช้น้ำต้มสุก 30-50 ซีซี ล้างสายทันทีหลังให้อาหารและยา อย่าปล่อยให้คราบอาหารแห้งกรัง

บดยาให้ละเอียด: ยาเม็ดต้องบดจนเป็นผงแป้งและละลายน้ำให้หมดก่อนฉีดเข้าสาย

สลับตำแหน่งติดพลาสเตอร์: สำหรับสายทางจมูก ให้เปลี่ยนจุดติดพลาสเตอร์ทุกวันเพื่อป้องกัน "แผลกดทับที่ปีกจมูก"

📊 ตารางเช็กอาการ "ผิดปกติ" ที่ต้องรีบพบแพทย์

อาการที่พบ                       ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น         สิ่งที่ควรทำ

ไออย่างรุนแรง หน้าเขียว   สายยางหลุดเข้าหลอดลม   หยุด ให้ทันที และรีบไปโรงพยาบาล
ท้องอืดมาก อาเจียน   อาหารไม่ย่อย/ลำไส้อุดตัน   งดอาหารมื้อถัดไปและปรึกษาแพทย์
รอบรูเจาะหน้าท้องบวมแดง   แผลติดเชื้อ/อักเสบ   ทำความสะอาดแผลและพบแพทย์
ท้องเสียบ่อย                อาหารปนเปื้อน/สูตรอาหารไม่เหมาะ   ตรวจสอบความสะอาด/ปรับสูตรอาหาร

💡 เคล็ดลับเพิ่มเติม

ควรมี "สมุดจดบันทึกประจำวัน" บันทึกปริมาณอาหารที่ให้ ปริมาณน้ำเปล่า และลักษณะการขับถ่าย (สี/จำนวนครั้ง) ข้อมูลนี้จะช่วยให้แพทย์ประเมินสุขภาพของผู้ป่วยได้แม่นยำขึ้นมากครับ